Menu

Category: พรีเมียร์ลีก

คาบ้าน เชลซี พลาดท่าพ่าย เลสเตอร์ ซิตี้ 0-1 ในรอบ 18 ปี

คาบ้าน เชลซี พลาดท่าพ่าย เลสเตอร์ ซิตี้ 0-1 ในรอบ 18 ปี

   คาบ้าน เมื่อ สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี เปิดบ้านพ่ายให้กับ จิ้งจอกสีน้ำเงิน เลสเตอร์ ซิตี้ 0-1 จากลูกยิงของ เจมี่ วาร์ดี้ นับเป็นครั้งแรกในรอบ 18 ปี ที่ เลสเตอร์ ซิตี้ บุกมาเอาชนะ เชลซี ได้ถึงในบ้าน

คาบ้าน เชลซี พลาดท่าพ่าย เลสเตอร์ ซิตี้ 0-1

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี เปิดบ้านต้อนรับ จิ้งจอกสีน้ำเงิน เลสเตอร์ ซิตี้ ที่สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในวันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม 2561

   สำหรับ เชลซี หากชนะในเกมนี้จะแซง สเปอร์ส ขึ้นไปอยู่อันดับ 3 ชั่วคราว ส่วนทางด้านของ เลสเตอร์ ซิตี้ สถิติใน สแตมฟอร์ด บริดจ์ ค่อนข้างจะเป็นรอง เพราะพวกเขาไม่เคยบุกมาชนะที่นี่เป็นเวลานานกว่า 18 ปีแล้ว

   เริ่มเกมช่วงแรก ทีมเยือน เลสเตอร์ ทำได้ดีพอสมควรเพราะสู้ได้อย่างไม่เป็นรองและได้ลุ้นในนาทีที่ 11 จากจังหวะที่ อัลไปรท์ต้น เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งขวาไปเสาไกลให้ มอร์แกน พยายามจะโหม่งแต่บอลไม่ตรงกรอบ

   หลังจากนั้นเกมของ เชลซี เริ่มจะตั้งตัวติดและมีโอกาสให้ได้ลุ้นอยู่ 2-3 จังหวะ แต่ยังไม่คมพอที่จะเป็นประตู จนกระทั่งนาทีที่ 33 เจ้าถิ่นเกือบจะได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่แนวรับของจิ้งจอกพลาด เมื่อ แม็กไกวร์ เกี่ยวบอลไม่ติดทำให้บอลทะลุมาถึง อาซาร์ จับบอลก่อนจะยิง บอลผ่าน แคสเปอร์ ไปแล้วแต่พุ่งชนคานอย่างน่าเสียดาย

   นาทีที่ 41 เป็นทางฝั่งของ เลสเตอร์ ซิตี้ บ้าง ที่มีโอกาสลุ้นประตู จังหวะแรกจากลูกยิงของ มาริคาร์โด้ แต่ไปติดบล็อค ลุยซ์ บอลกระดอนออกมาเข้าทาง เอ็นดิดี้ ซัดด้วยขวาทันทีที่ระยะกว่า 25 หลา บอลพุ่งตรงกรอบ โชคยังดีที่ เกปา บินปัดออกไปได้

   จากนั้นนาทีที่ 45 ก่อนทดเจ็บครึ่งแรก เชลซี ไม่ยอมให้จิ้งจอกได้ลุ้นอยู่ฝ่ายเดียว จังหวะนี้เป็น วิลเลี่ยน ที่ได้ซัดนอกกรอบเขตโทษ บอลพรุ่งแรงแต่ชไมเคิลยังทุบทิ้งออกไปได้

   จบครึ่งแรกทั้งสองทีมยังเสมอกันอยู่ 0-0

   ครึ่งหลังนาทีที่ 51 ทำเอาแฟนบอลเจ้าถิ่นช็อคไปตามๆกันเมื่อกลับเป็น เลสเตอร์ ที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากจังหวะสวนกลับเร็ว แมดดิสัน พาบอลขึ้นมาก่อนจะจ่ายไปให้ เจมี่ วาร์ดี้ จัดการซัดผ่านตัว เกปา เป็นประตูในที่สุด จิ้งจอกขึ้นนำไปก่อน 1-0

   หลังจากที่ตกเป็นฝ่ายตามหลัง เชลซี เริ่มอยู่ไม่ได้ต้องเปิดเกมบุกเข้าใส่ เลสเตอร์ เพื่อจะเอาประตูคืนให้ได้ นาทีที่ 59 จังหวะนี้เหมือนจะล้ำหน้าแต่ธงไม่ขึ้นเมื่อ โควาซิช ไหลบอลให้ อาซาร์ หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนจะตัดสินใจยิงทันทีแต่ แคสเปอร์ ยังตัดทิ้งเสียเพียงแค่เตะมุม

   เชลซี ยังคงเป็นฝ่ายบุกกดดันเข้าใส่ เลสเตอร์ อย่างต่อเนื่องแต่ก็ยังไม่สามารถทวงประตูจาก เลสเตอร์ คืนได้ ส่วนทาง เลสเตอร์ ก็อาศัยจังหวะโต้กลับเล่นงาน สิงโตน้ำเงินคราม ได้อยู่หลายจังหวะเช่นกัน แต่ก็ยังไม่ได้ประตูที่สองเพิ่ม

   จนกระทั่งช่วงท้ายเกมนาทีที่ 90 + 1 โอกาสทองฝังเพชรของ เชลซี ที่จะได้ประตูตีเสมอแต่ไม่น่าเชื่อว่าทำกันไม่ได้ จากจังหวะที่ อลอนโซ่ หลุดเดี่ยวไปดวลกับ แคสเปอร์ แล้วตัดสินใจยิงด้วยซ้าย บอลพุ่งไปชนเสาแล้วกระดอนผ่านหน้าประตู พลาดโอกาสตีเสมอไปอย่างน่าเสียดาย

   จบเกม เชลซี เป็นฝ่ายพ่ายคาบ้านให้กับ เลสเตอร์ ซิตี้ 0-1 จากลูกยิงของ เจมี่ วาร์ดี้

 

ไปต่อไม่รอแล้วนะ ซาเน่ เบิ้ลพา แมนซิตี้ ไล่บี้ เวสต์แฮม 4-0

ไปต่อไม่รอแล้วนะ ซาเน่ เบิ้ลพา แมนซิตี้ ไล่บี้ เวสต์แฮม 4-0

   ไปต่อไม่รอแล้วนะ คำนี้สำหรับ เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ช่างเหมาะสมจริงๆ เพราะในชั่วโมงนี้จะหาทีมที่จะมาหยุดความร้อนแรงของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คงจะเป็นเรื่องที่ยากสักหน่อย

   หลังจากที่เกมนี้ ขุนพลเรือใบสีฟ้า บุกไปนำ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ถึง 3 ประตูตั้งแต่ครึ่งแรก ก่อนที่ครึ่งหลังจะมาได้เพิ่มอีก 1 ประตู จากลูกเบิ้ลของ ซาเน่ ทำให้ แมนซิตี้ เก็บสามแต้มเต็มนำเป็นจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก ต่อไป

ไปต่อไม่รอแล้วนะ แมนซิตี้ เก็บเพิ่ม 3 แต้ม นำฝูงต่อ

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เปิดบ้านพบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่สนาม ลอนดอน สเตเดี้ยม ในวันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2561

   เริ่มเกมได้เพียง 11 นาที เรือนำไว้ทันทีจากจังหวะสวนกลับ วอร์คเกอร์ จ่ายบอลให้ สเตอร์ลิง หลุดไปทางกรอบฝั่งขวา ก่อนจะปาดเข้ากลาง บอลแฉลบไปเข้าทาง ซิลบา วิ่งมาแปโล่งๆเข้าเสาสอง ซิตี้ นำ 1-0

   ถัดมาไม่ถึง 10 นาที ในนาทีที่ 19 แมนซิตี้ มาได้ประตูหนีห่างเป็น 2-0 จากจังหวะที่ ซาเน่ พาบอลขึ้นมาทางริมกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนจะลากไปจนสุดเส้นหลังแล้วปาดไปที่เสาสองให้ สเตอร์ลิง แปเข้าไปเป็นประตู

   ต่อกันด้วยลูกที่ 3 ในนาทีที่ 34 แฟร์นันดินโญ เปิดบอลจากกลางสนามเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งขวาให้ สเตอร์ลิง จ่ายต่อเข้ากลางให้ ซาเน่ จับบอลหนึ่งจังหวะก่อนจะล็อคเข้าซ้ายแล้วแปเข้าไปอย่างสวยงาม เรือนำ 3-0 และจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

   ครึ่งหลังนาทีที่ 58 เวสต์แฮม เกือบจะได้ประตูตีไข่แตกจากจังหวะที่ โอเบียง ตัดบอลได้จากกลางสนามก่อนจะให้ไปที่ ชิชาริโต้ แปต่อมาให้ อันโตนิโอ หลุดเข้าไปทางกรอบเขตโทษฝั่งขวา ก่อนจะซัดเน้นๆ บอลพุ่งชนเสาแรกแล้วออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

   นาทีที่ 65 แมนซิตี้ ได้โอกาสจากจังหวะสวนกลับเมื่อ ซาเน่ ได้บอลแล้วลากจี้หลุดขึ้นมาทางฝั่งซ้ายก่อนจะจ่ายไปให้ กุนโดกัน หลุดไปยิงในกรอบฝั่งซ้าย น่าเสียดายที่บอลไปติดเซฟ ฟาเบียนสกี้

   ช่วงทดเจ็บก่อนจะหมดเวลาการแข่งขันนาทีที่ 90 + 3 แมนซิตี้ มาได้ประตูตอกฝาโลง 4-0 จากลูกยิงของ ซาเน่ ที่พุ่งตุงตาข่ายอย่างสวยงาม เป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้

   จากนั้นแม้ เวสต์แฮม จะพยายามบุก แต่ก็ทำอะไรได้ไม่มาก เพราะ แมนซิตี้ ครองเกมเอาไว้ได้หมด ทำให้จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นฝ่ายเอาชนะ เวสต์แฮม ไป 4-0 ได้เพิ่ม 3 แต้มเต็ม เก็บชัยชนะเป็นนัดที่ 5 ติดต่อกัน นำเป็นจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก ต่อไป

 

 

อเกวโร่ ฉลองสัญญาใหม่ พา แมนซิตี้ ถล่มคาร์ดิฟคาบ้าน 5-0

อเกวโร่ ฉลองสัญญาใหม่ พา แมนซิตี้ ถล่มคาร์ดิฟคาบ้าน 5-0

   อเกวโร่ ยิงประตูฉลองสัญญาใหม่และการลงสนามนัดที่ 300 ให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ปิดด้วย ริยาด มาห์เรซ ที่ลงสนามเป็นตัวสำรองเบิ้ลเปิดซิงให้ตัวเองพา แมนซิตี้ บุกไปชนะ คาร์ดิฟ ซิตี้ 5-0 เก็บเพิ่ม 3 คะแนน รั้งตำแหน่งรองจ่าฝูง

   ดูบอลออนไลน์ ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันที่ 22 กันยายน 2561 คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ เปิดบ้านพบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่สนาม คาร์ดิฟฟ์ สเตเดี้ยม

อเกวโร่ เบิกประตูชัย พา แมนซิตี้ บุกเอาชนะคาร์ดิฟ 5-0

   เกมในช่วง 15 นาทีแรก แม้ว่าแมนซิตี้ จะเป็นฝ่ายครองเกมบุก แต่ก็ยังหาโอกาสจบแบบดีๆไม่ค่อยเจอ เพราะคาร์ดิฟเล่นเกมรับได้อย่างเหนียวแน่นมาก กว่าที่ แมนซิตี้ จะหาโอกาสยิงได้ก็ต้องออกแรงกันหนักพอสมควร

   แต่เมื่อเกมผ่านครึ่งชั่วโมงแรก ในที่สุด แมนซิตี้ ที่เป็นฝ่ายบุกตลอด 30 นาทีที่ผ่านมา ในที่สุดประตูแรกก็มาจนได้ในนาทีที่ 32 จากจังหวะที่ กุนโดกาน ได้บอลหน้าเขตโทษก่อนจะจ่ายให้ แบร์นาโด้ ต่อไปที่อเกวโร่วิ่งมาซัดแถวๆจุดโทษ ส่ง แมนซิตี้ ขึ้นนำ คาร์ดิฟฟ์ 1-0

   เมื่อประตูแรกมาแล้ว ประตูที่สองก็ตามมาติดๆ หลังจากนั้นอีกเพียง 3 นาทีในนาทีที่ 35 จากลูกเตะมุมที่ทางแมนซิตี้ เลือกเล่นกันสั้นๆ ส่งให้ ซาเน่ เปิดต่อให้ แบร์นาโด ขึ้นโหม่งไปทางเสาไกลเป็นประตู 2-0

   ช่วงท้ายเกมครึ่งแรกนาทีที่ 44 ทีมเยือนมาได้ประตูหนีห่าง 3-0 จาก ซาเน่ ส่งให้ กุนโดกาน ทำชิ่งหนึ่งสอง ก่อนจะวิ่งมาซัดเองตุงตาข่าย

   ครึ่งหลังยังคงเป็น แมนซิตี้ ที่ครองเกมไว้ได้อย่างหมดจด ส่วนทางฝั่งเจ้าบ้านเองค่อนข้างจะมีปัญหาเรื่องตัวผู้เล่นพอสมควร เพราะดูเหมือนว่าผู้เล่นจะประสบปัญหาบาดเจ็บ ทำให้ต้องเปลี่ยนตัวตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง

   นาทีที่ 59 ยังคงเป็นโอกาสของ เรือใบสีฟ้า จังหวะนี้เป็นฟรีคิกที่ กุนโดกัน เปิดบอลเข้ามาลุ้นในเขตโทษ แล้วซาเน่ได้โหม่ง แต่บอลกระดอนออกหลังไป

   นาทีที่ 67 ในที่สุดลูกที่ 4 ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็มาจนได้

   จากจังหวัดที่ สเตอร์ลิ่ง แทงบอลให้ กุนโดกาน ส่งต่อเข้าเขตโทษ จบด้วย มาห์เรซ ชาร์จจ่อๆ เข้าประตูไป แมนซิตี้นำ 4-0

   นาทีที่ 80 เรือใบสีฟ้า ยังคงเดินหน้าบุกอีก และมาได้ลุ้นจากฟรีคิกหน้าเขตโทษเยื้องมาทางฝั่งซ้าย สเตอร์ลิ่ง ปั่นผ่านกำแพงได้แล้ว แต่ถูก เอเธอริดจ์ เซฟไว้ได้

   ช่วงท้ายเกมก่อนหมดเวลาการแข่งขัน ในนาทีที่ 89 แมนซิตี้ ขึ้นนำห่างเป็น 5-0 จากลูกยิงสุดสวยของ ริยาด มาห์เรซ ที่ยิงเสียบเสาไกลเข้าไปอย่างสวยงาม

   จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาเอาชนะ คาร์ดิฟ ถึงถิ่น 5-0 เก็บ 3 แต้ม ขึ้นมาเป็นรองจ่าฝูง โดยมี 16 คะแนน ตามหลัง ลิเวอร์พูล อยู่เพียงแค่ 2 คะแนนเท่านั้น